การผงาดขึ้นของโมเดลจีนในโลกโอเพ่นซอร์สไม่ได้เกิดจากการแข่งขันเชิงอุดมการณ์ แต่เกิดจากความจริงที่เรียบง่าย พวกเขาให้สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ นั่นคือ โมเดลที่ทรงพลัง ใช้งานง่าย และรันได้บนฮาร์ดแวร์ทั่วไป
ในขณะที่ตะวันตกชะลอการเปิดเผยโมเดลเพื่อความปลอดภัย จีนกลับเดินหน้าเต็มกำลัง และผลลัพธ์คือการเปลี่ยนศูนย์กลางของระบบ AI แบบกระจายศูนย์ไปทางตะวันออกอย่างชัดเจน
โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้อาจเป็นหนึ่งในระบบเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของศตวรรษ แต่ก็เป็นหนึ่งในระบบที่ไร้การควบคุมที่สุดเช่นกัน
คำถามสำคัญคือ โลกพร้อมหรือยังสำหรับยุคที่ AI ทรงพลังสามารถรันได้ทุกที่ โดยไม่มีใครเป็นผู้คุมกฎ?
ในช่วงเวลาไม่ถึงสองปี โลกของปัญญาประดิษฐ์แบบโอเพ่นซอร์สได้เปลี่ยนทิศทางอย่างเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง ราวกับกระแสน้ำลึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำใหญ่โดยที่ผิวน้ำยังดูสงบนิ่งอยู่เสมอ
ขณะที่ห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำของตะวันตกอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google ถูกกดดันจากกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และแรงจูงใจทางธุรกิจให้จำกัดการเผยแพร่น้ำหนักโมเดล (model weights) แต่นักพัฒนาในจีนกลับเดินหน้าในทิศทางตรงกันข้ามอย่างมั่นคง โดยเปิดเผยโมเดลขนาดใหญ่ที่ทรงพลัง พร้อมให้ใครก็ตามนำไปใช้งานบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ทันที
ผลลัพธ์คือภูมิทัศน์ใหม่ที่แทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน โมเดลจีนกำลังกลายเป็นกระดูกสันหลังของระบบ AI แบบกระจายศูนย์ทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีการป้องกันหรือควบคุมใด ๆ
งานวิจัยล่าสุดจาก SentinelOne และ Censys เผยให้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึง มีระบบ AI ที่เปิดเผยต่อสาธารณะกว่า 175,000 ระบบใน 130 ประเทศ และในระบบเหล่านั้น โมเดลจากจีน โดยเฉพาะตระกูล Qwen2 ของ Alibaba ปรากฏตัวอย่างโดดเด่นราวกับเป็นผู้เล่นหลักในเวทีที่ตะวันตกกำลังถอยห่าง
...ในโลกของโอเพ่นซอร์ส Llama ของ Meta เคยเป็นเหมือนเสาหลักที่ทุกคนพึ่งพา แต่ข้อมูลใหม่เผยว่า Qwen2 กลายเป็น “คู่หูที่ขาดไม่ได้” ของ Llama ในระบบที่รันหลายโมเดลพร้อมกันกว่า 52% ของกรณีทั้งหมด
สิ่งที่น่าสนใจคือ Qwen2 ไม่ได้แค่ได้รับความนิยม มันกลับมั่นคง เพราะไม่มีความผันผวนของอันดับเลย ไม่ว่าจะวัดด้วยจำนวนโฮสต์ จำนวนวันออนไลน์ หรือจำนวนการสังเกต โมเดลนี้ยืนหยัดเป็นอันดับสองของโลกอย่างมั่นคงตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา
เหตุผลไม่ใช่อุดมการณ์ แต่คือ ความเป็นจริงทางเทคนิค
โมเดลจีนโดดเด่นเพราะถูกออกแบบมาให้
- รันบนฮาร์ดแวร์ราคาถูก
- รองรับการ quantize ได้ดี
- ติดตั้งง่าย
- ใช้งานได้แม้ในสภาพแวดล้อมจำกัดทรัพยากร
กล่าวอีกอย่างคือ หากคุณเป็นนักพัฒนาที่อยากรัน AI ระดับสูงบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัวโดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ราคาแพง โมเดลจีนคือคำตอบที่ใช่ที่สุดในตอนนี้
ศูนย์กลางของระบบที่เปิดเผยต่อสาธารณะกระจุกตัวอยู่ในสองประเทศ
- จีน ปักกิ่งเพียงเมืองเดียวคิดเป็น 30% ของโฮสต์ทั้งหมด
- สหรัฐฯ เวอร์จิเนียโดดเด่นเพราะเป็นศูนย์กลางของ AWS
การกระจุกตัวนี้สะท้อนทั้งความต้องการใช้งานในประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรันโมเดลขนาดใหญ่
ในระบบอย่าง ChatGPT หรือ Claude ผู้ให้บริการสามารถควบคุมทุกอย่างได้ ตั้งแต่การตรวจสอบการใช้งาน ไปจนถึงการปิดระบบเมื่อพบการละเมิด แต่ในโลกของโมเดลโอเพ่นที่ถูกติดตั้งกระจัดกระจายบนเครื่องส่วนตัวทั่วโลก การควบคุมเหล่านั้นแทบไม่มีอยู่จริง
งานวิจัยพบว่า
- โฮสต์กว่า 48% เปิดให้โมเดลเรียกใช้เครื่องมือภายนอกได้ (tool-calling)
- โฮสต์จำนวนมากไม่มีระบบยืนยันตัวตน
- มีอย่างน้อย 201 โฮสต์ ที่ตั้งค่าให้โมเดล “ไร้การกรอง” โดยเจตนา
- โครงสร้างพื้นฐานกว่า 16–19% ไม่สามารถระบุเจ้าของได้เลย
นี่ไม่ใช่แค่ระบบแชตบอตธรรมดา แต่คือ ระบบที่สามารถสั่งรันโค้ด เข้าถึง API หรือดึงข้อมูลภายในองค์กรได้ หากผู้ไม่หวังดีเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ได้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้มัลแวร์ เพียงแค่ส่งพรอมต์ที่ถูกต้องก็เพียงพอ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนโฮสต์ที่เปิดเผย แต่คือความจริงที่ว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้กำลัง “ตั้งตัว” อย่างมั่นคง
มีโฮสต์กว่า 23,000 ระบบ ที่ออนไลน์ต่อเนื่องถึง 87% ของเวลา มันไม่ใช่เครื่องทดลองของพวกสมัครเล่น แต่เป็นระบบที่ถูกใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง
นักวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า “AI compute substrate” ชั้นโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบสาธารณะที่ไม่มีผู้ดูแล ไม่มีศูนย์กลาง และไม่มีสวิตช์ปิด
มันกำลังเกิดขึ้นโดยไม่มีใครตั้งใจ และไม่มีใครควบคุม
เมื่อโมเดลเหล่านี้ถูกใช้งานมากที่สุดในระบบที่ไร้การกำกับดูแลทั่วโลกมาจากผู้พัฒนาเพียงไม่กี่รายในจีน ผลลัพธ์คือการเปลี่ยนสมดุลอำนาจอย่างเงียบงัน
แม้ประเทศตะวันตกจะควบคุมแพลตฟอร์มของตนเองได้อย่างเข้มงวด แต่ก็แทบไม่มีอิทธิพลต่อระบบที่รันโมเดลโอเพ่นเวตเหล่านี้เลย หากความสามารถหลักของ AI ในโลกจริงกระจายตัวผ่านโมเดลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตะวันตก การออกกฎควบคุมภายในประเทศก็แทบไม่ช่วยลดความเสี่ยงระดับโลก
อนาคต 12–18 เดือนข้างหน้า
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า
- ระบบที่เปิดเผยต่อสาธารณะจะ “เป็นมืออาชีพมากขึ้น”
- โมเดลที่มีความสามารถด้านการวางแผนหลายขั้นตอน (reasoning) จะถูกใช้งานมากขึ้น
- ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น เพราะระบบเหล่านี้จะเข้าถึงข้อมูลสำคัญมากขึ้น
- การบังคับใช้กฎระเบียบจะยิ่งยากขึ้นในระบบที่รันบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
นี่ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะโครงสร้างพื้นฐานนี้ไม่ได้อยู่ในมือขององค์กรใดองค์กรหนึ่งอีกต่อไป
Key Takeaways
- โมเดลจีน โดยเฉพาะ Qwen2 กำลังครองพื้นที่ในระบบ AI แบบโอเพ่นซอร์สทั่วโลก
- มีระบบ AI ที่เปิดเผยต่อสาธารณะกว่า 175,000 ระบบใน 130 ประเทศ
- เกือบครึ่งหนึ่งของระบบเหล่านี้สามารถเรียกใช้เครื่องมือภายนอกได้ ทำให้มีความเสี่ยงสูง
- โครงสร้างพื้นฐาน AI แบบไร้ศูนย์กลางกำลังก่อตัวขึ้นโดยไม่มีการกำกับดูแล
- การชะลอการเปิดเผยโมเดลของตะวันตกกำลังผลักให้ผู้ใช้หันไปพึ่งโมเดลจีนมากขึ้น
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและภูมิรัฐศาสตร์จะทวีความสำคัญในอีก 12–18 เดือนข้างหน้า
…..
เรียบเรียงใหม่โดย AiNextopia