การลดพนักงานจำนวนมากอาจเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด แต่ก็เป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว การเปิดตัว Wukong และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI คือการประกาศว่าบริษัทต้องการเป็นหนึ่งในผู้กำหนดอนาคต ไม่ใช่ผู้ตาม
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โลกจะได้เห็นว่าอาลีบาบาจะสามารถเปลี่ยนตัวเองจากยักษ์อีคอมเมิร์ซสู่ผู้เล่นระดับโลกในยุค AI ได้จริงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้วคือ การเดินทางครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง
เช้าวันหนึ่งของฤดูหนาวปลายปี 2025 อาคารสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบาในหางโจวดูเงียบกว่าที่เคย แม้ยังมีพนักงานจำนวนมากเดินผ่านประตูหมุน แต่ความคึกคักที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ตัวเลขที่ประกาศในรายงานผลประกอบการล่าสุดยืนยันความรู้สึกนั้น อาลีบาบามีพนักงานเหลือเพียง 128,197 คน ลดลงจากกว่า 194,000 คนในปีก่อนหน้า การหายไปของแรงงานกว่า 34% ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในภูมิทัศน์เทคโนโลยีจีน
การลดจำนวนพนักงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทที่ต้องการสลัดภาระธุรกิจออฟไลน์ และหันไปสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เต็มรูปแบบ
...การขายกิจการค้าปลีกอย่าง Sun Art และการถอนตัวจากห้างสรรพสินค้า Intime คือจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ทำให้บริษัทเบาขึ้น คล่องตัวขึ้น และพร้อมสำหรับการแข่งขันในสนามใหม่ที่กำลังร้อนแรงที่สุดในโลกเทคโนโลยี
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาลีบาบาเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีโครงสร้างธุรกิจซับซ้อนที่สุดในจีน ตั้งแต่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ คลาวด์ ค้าปลีกออฟไลน์ ไปจนถึงบริการดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนบุคลากรจำนวนมาก
แต่เมื่อโลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ อาลีบาบาก็เลือกเส้นทางที่ชัดเจน ลดภาระที่ไม่จำเป็น และทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปยังเทคโนโลยีที่กำลังจะกำหนดอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัล
เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่เพียงการพัฒนาโมเดล AI แต่คือการสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่ชิปประมวลผล ไปจนถึงแพลตฟอร์มคลาวด์และบริการ AI สำหรับองค์กร แนวคิดนี้สะท้อนชัดเจนในคำกล่าวของ Eddie Wu ซีอีโอของอาลีบาบา ที่ประกาศว่าบริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้จากคลาวด์และ AI ให้เกิน 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในห้าปีข้างหน้า
ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงเป้าหมายทางธุรกิจ แต่คือการประกาศจุดยืนว่าอาลีบาบาต้องการเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับโลกในยุค AI
หนึ่งในก้าวสำคัญของอาลีบาบาในปี 2026 คือการเปิดตัว “Wukong” ระบบ AI เชิงตัวแทน (agentic AI) สำหรับองค์กร ซึ่งถูกออกแบบให้ทำงานแทนมนุษย์ในหลายมิติ ตั้งแต่การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ ไปจนถึงการประสานงานเชิงธุรกิจ การมาถึงของ Wukong ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากแรงงานมนุษย์จำนวนมาก ไปสู่แรงงานดิจิทัลที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
การเปิดตัว Wukong เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับขึ้นราคาบริการคลาวด์และสตอเรจสูงสุดถึง 34% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาด AI และต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้น การตัดสินใจนี้อาจทำให้ลูกค้าบางส่วนลังเล แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อรองรับยุคใหม่ของการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
การขายกิจการ Sun Art และการถอนตัวจาก Intime ไม่ได้เป็นเพียงการลดต้นทุน แต่คือการยอมรับความจริงว่าธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ไม่ใช่เส้นทางที่อาลีบาบาต้องการเดินต่อไป
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีจีนจำนวนมากพยายามผสานโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง การบริหารร้านค้าหลายพันแห่งต้องใช้แรงงานจำนวนมาก และมีความเสี่ยงสูงในสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน
การปล่อยธุรกิจเหล่านี้ออกไปทำให้อาลีบาบาสามารถโฟกัสกับธุรกิจที่มีศักยภาพสูงกว่า เช่น คลาวด์และ AI ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีอัตรากำไรสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
อาลีบาบาไม่ใช่บริษัทเดียวที่ลดจำนวนพนักงานอย่างหนักในปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีทั้งในจีนและสหรัฐต่างเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้าน AI ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล การลดพนักงานจึงกลายเป็นกลยุทธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้บริษัทสามารถนำทรัพยากรไปสู่เทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าในอนาคต
แต่การลดลงกว่า 66,000 ตำแหน่งในปีเดียวของอาลีบาบา ถือเป็นหนึ่งในตัวเลขที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทเทคโนโลยีจีน และสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่าการปรับตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
แรงงานจำนวนมากที่เคยทำงานในธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์หรือบริการสนับสนุนภายในองค์กรต้องเผชิญความไม่แน่นอน ขณะที่ตลาดแรงงานจีนเองก็กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคที่ทักษะด้าน AI และการประมวลผลข้อมูลกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้อาลีบาบาจะประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่เส้นทางสู่การเป็นบริษัท AI เต็มสเกลก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป รายงานผลประกอบการล่าสุดเผยว่ากำไรของบริษัทลดลงถึง 67% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และรายได้ก็ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ตลาดหุ้นตอบสนองทันทีด้วยการปรับตัวลงกว่า 6% ในวันถัดมา
ความท้าทายของอาลีบาบาไม่ได้มีเพียงการแข่งขันกับบริษัทจีนรายอื่น เช่น Tencent, Baidu หรือ “AI Tigers” รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันระดับโลกจากบริษัทสหรัฐที่มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีชิปและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
นอกจากนี้ การพัฒนา AI ยังต้องอาศัยพลังงานและศูนย์ข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่การเปลี่ยนผ่านของอาลีบาบาก็สะท้อนภาพใหญ่ของโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ยุคที่บริษัทต้องเลือกว่าจะเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี หรือเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีที่ต้องตามหลังผู้อื่น
Key Takeaways
- อาลีบาบาลดจำนวนพนักงานลงกว่า 34% ในปี 2025 หลังขายธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์และปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
- บริษัทกำลังมุ่งสู่การเป็น “บริษัท AI เต็มสเกล” ตั้งแต่ชิปจนถึงแพลตฟอร์มคลาวด์
- Wukong ระบบ agentic AI คือก้าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากแรงงานมนุษย์สู่แรงงานดิจิทัล
- รายได้และกำไรของบริษัทลดลงในไตรมาสล่าสุด แต่การลงทุนด้าน AI ยังคงเพิ่มขึ้น
- การแข่งขันในตลาด AI ระดับโลกและต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานคือความท้าทายสำคัญในอนาคต
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
อ้างอิง : Alibaba workforce shrinks 34% in 2025 as Chinese tech giant doubles down on AI.