Sunday

30-November-2025

มหาวิทยาลัยชั้นนำเกาหลีใต้เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น หลังเกิดคดีโกงข้อสอบด้วย AI ครั้งใหญ่

มหาวิทยาลัยยอนเซ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำจากเกาหลีใต้ เตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องจริยธรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI หลังจากที่มีคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับนักศึกษาจำนวนมากต้องสงสัยว่าใช้ AI ในการโกงข้อสอบมหาวิทยาลัย ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีการให้สถานศึกษาปรับตัวรับมือกับกลโกงยุค AI

ภาพจาก: ftoday.co.kr

ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานข่าวเรื่องที่นักศึกษาจำนวนหลายร้อยรายของมหาวิทยาลัยยอนเซ มหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีใต้ ต้องสงสัยว่าได้ทำการโกงการสอบมิดเทอมโดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ อย่าง ChatGPT

ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยยอนเซผู้สอนวิชา “การประมวลผลภาษาธรรมชาติกับ ChatGPT” ในชั้นปีที่สาม ได้เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า ได้ตรวจพบการโกงข้อสอบของนักศึกษาหลายกรณี และได้ให้คะแนนศูนย์กับนักศึกษาเหล่านั้น

ในวิชาดังกล่าวนี้มีนักศึกษาเข้าไปเรียนราว 600 ราย เนื่องจากมีนักศึกษาเข้าเรียนทีเดียวเป็นจำนวนมากทำให้ต้องมีการจัดเรียนการสอนแบบออนไลน์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็มีการจัดสอบกลางภาคผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน โดยเป็นข้อสอบแบบให้ตอบตามตัวเลือก

ในการสอบครั้งดังกล่าวนี้มีวิธีการป้องกันการโกงข้อสอบโดยการกำหนดให้นักศึกษาต้องอัดวิดีโอหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง รวมถึงต้องอัดภาพให้เห็นมือและให้เห็นใบหน้าของพวกเขาตลอดช่วงที่มีการสอบ แต่นักศึกษาบางคนก็ใช้วิธีการปรับมุมกล้องให้มีจุดอับ หรือไม่ก็เปิดวินโดว์บนหน้าจอตัวเองไว้หลายวินโดว์เพื่อกันไม่ให้เห็นการจับภาพบนหน้าจอ เมื่ออาจารย์เห็นวี่แววของการโกงข้อสอบเช่นนี้แล้ว เขาก็โพสต์แจ้งเตือนว่า นักศึกษาคนใดก็ตามที่ยอมสารภาพเรื่องการโกงของตัวเองจะแค่ได้รับคะแนนสอบกลางภาคเป็นศูนย์ แต่จะไม่มีการลงโทษใดๆ ไปมากกว่านี้

มีการประเมินตัวเลขว่าน่าจะมีนักศึกษาถึงครึ่งหนึ่งของชั้นเรียนที่ทำการโกงการสอบในครั้งนี้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นการใช้เอไอในการโกงการสอบด้วย มีนักศึกษารายหนึ่งบอกกับสื่อว่า “พวกเราแทบทั้งหมดใช้ ChatGPT ในช่วงสอบ” มีนักศึกษาที่เคยเรียนวิชาเดียวกันในภาคเรียนก่อนหน้านี้เป้ดเผยว่า ตัวเขาเองและเพื่อนร่วมชั้นของเขาจำนวนมากต่างก็หาคำตอบในข้อสอบโดยใช้เอไอ

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาที่ว่า ถึงแม้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอจะเริ่มเป็นสิ่งที่แพร่หลายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วเกาหลีใต้ แต่สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ก็ยังคงไม่ได้มีการวางแนวทางการใช้งานหรือมีการตอบสนองใดๆ ต่อการใช้เอไอ

เคยมีการสำรวจเมื่อปี 2567 จากสถาบันวิจัยเกาหลีเพื่ออาชีวศึกษา เปิดเผยว่าร้อยละ 91.7 ของกลุ่มตัวอย่างนักศึกษา 726 ราย จาก มหาวิทยาลัย 4-6 แห่ง ได้ใช้เอไอในการทำงานส่งหรือในการวิจัย ขณะที่ผลสำรวจอีกชุดหนึ่งโดยสภาเกาหลีเพื่ออุดมศึกษาพบว่า จากในมหาวิทยาลัย 131 แห่งทั่วประเทศมีอยู่ร้อยละ 71.1 ที่ยังไม่ได้เสนอนโยบายอย่างเป็นทางการใดๆ เกี่ยวกับการกำกับดูแลการใช้เอไอในมหาวิทยาลัย


ม.ยอนเซ ประกาศเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น หลังมีความกังวลเรื่องเอไอโกงข้อสอบ

การใช้เอไอเพื่อโกงข้อสอบที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากนั้น ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่สถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากยังไม่มีข้อกำหนดใดๆ ในการกำกับควบคุมการใช้เอไอ ในเว็บบอร์ด Everytime ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดที่นักศึกษาในเกาหลีใต้มักจะใช้พูดคุยหารือกัน ก็มีการถกเถียงกันถึงเรื่องการใช้เอไอในการทำข้อสอบหรือทำการบ้าน

ทางมหาวิทยาลัยยอนเซ ได้ประกาศว่า จะจัดให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแบบฉุกเฉิน โดยมีผู้จัดคือสถาบันนวัตกรรมเอไอและสังคมของทางมหาวิทยาลัยเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการหารือถึงปัญหาในหลายด้านเช่นการเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนการสอนและการสอบไปสู่แบบออนไลน์ การที่เอไอมีพัฒนาการด้านฟังชันการทำงานต่างๆ มากขึ้น การที่ผู้คนเริ่มหันมาใช้เอไอกันมากขึ้น และเรื่องที่ว่าผู้ทำการสอนและการประเมินควรมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง

ทางมหาวิทยาลัยยอนเซระบุว่าพวกเขาจะเชิญชวนให้ทั้งคณะทำงาน อาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วมในการหารือนี้ รวมถึงบอกว่าปัญหาการโกงข้อสอบที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้น่าจะเป็น “โอกาสในการที่จะได้อภิปรายกันเกี่ยวกับความตระหนักรู้ในด้านจริยธรรมที่ควรจะมีในสถาบันอุดมศึกษาในอนาคต”

ถึงแม้ว่าในเกาหลีใต้จะมีสถานศึกษาบางส่วนที่มีแนวทางปฏิบัติสำหรับเรื่องเอไอแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติที่กำกวมฟังดูกว้างๆ เช่นบอกให้ “เช็คให้แน่ใจเรื่องความแม่นตรงของข้อมูลเวลามีการใช้เอไอสร้างเนื้อหา” หรือ “ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องการใช้เอไอ”

มหาวิทยาลัยยอนเซเองก็มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเอไออยู่ แต่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยก็บอกว่าพวกเขาทำอะไรไม่ค่อยได้ในเรื่องที่นักศึกษาแอบใช้เอไอแบบ “ฉลาดแกมโกง”

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแทนที่จะสั่งแบนเอไอไปเลย ทางมหาวิทยาลัยควรจะพัฒนากรอบการใช้งานที่มีความโปร่งใสและมีการสอนเรื่องความรู้เท่าทันเอไอไปพร้อมๆ กับความคิดแบบมีวิจารณญาณ

คิม-มยังจู ประธานสถาบันความปลอดภัยเอไอกล่าวว่า วิธีการที่มีประโยชน์คือการให้นักศึกษาต้องอ้างอิงแหล่งที่มาให้ชัดเจนทุกครั้งและอธิบายเหตุผลให้ได้ว่าทำไมถึงต้องตอบคำถามในเชิงข้อเท็จจริงโดยอาศัยเอไอ ตัวชี้วัดเองก็ควรมีการเปลี่ยนแปลงให้คำนึงถึงการชี้วัดเรื่องอื่นๆ ด้วยนอกเหนือจากแค่คำตอบสุดท้าย นอกจากนี้คิมยังได้เสนอว่า ผู้สอนสามารถปรับรูปแบบการสอบให้เป็นไปในแบบที่ผู้สอบไม่สามารถใช้เอไอช่วยสร้างเนื้อหาได้ เช่นการให้นำเสนอพรีเซนเตชันแบบเป็นรายบุคคล หรือเข้าร่วมในการเสวนาทางวิชาการ

Admin