หมากที่ 37 วินาทีที่เครื่องจักรกลเริ่มแสดงศักยภาพที่น่าตื่นตลึง

Advertisements

หมากเดิน Move 37 ก้าวเดียวบนกระดานไม้ในกรุงโซลเมื่อสิบปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าขานในวงการเกมกระดานอีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดอ้างอิงที่วงการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ใช้วัดว่าเครื่องจักรก้าวข้ามการเลียนแบบมนุษย์ไปสู่การคิดค้นสิ่งใหม่ด้วยตัวเองได้จริงหรือไม่

จากกระดานหมากล้อม ความคิดนี้เดินทางไปสู่ห้องทดลองชีววิทยา ไปสู่การค้นพบทางคณิตศาสตร์ ไปสู่อาคารสำนักงานกลางกรุงลอนดอน และกำลังเดินทางต่อไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมมาก นั่นคือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่อาจเปลี่ยนหน้าตาของวิทยาศาสตร์และการค้นพบของมนุษยชาติไปตลอดกาล

แต่เรื่องราวนี้ก็เตือนให้เราเห็นด้วยว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงมักต้องการเวลาและพื้นที่ในการบ่มเพาะ ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากยิ่งขึ้นทุกวันในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว

ในบ่ายวันหนึ่งของเดือนมีนาคม ปี 2016 ห้องหนึ่งในโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์กลางกรุงโซลเงียบกริบราวกับใครสักคนกลั้นหายใจพร้อมกันทั้งห้อง กระดานหมากล้อมสีเข้มวางอยู่ตรงกลาง หินสีดำและสีขาวเรียงตัวกันเป็นลวดลายที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ จนกระทั่งผู้เ่ล่นฝั่งหนึ่งหยิบหมากสีดำก้อนหนึ่งขึ้นมาวางลงบนตำแหน่งที่ไม่มีมนุษย์คนไหนเคยคิดจะเล่น ผู้บรรยายการแข่งขันซึ่งเป็นนักหมากล้อมมืออาชีพถึงกับอุทานออกมาว่านี่คงเป็นความผิดพลาด เพราะไม่มีเหตุผลใดในตำราหมื่นปีของเกมนี้ที่จะรองรับการเดินหมากเช่นนี้ได้

มือที่วางหมากชิ้นนั้นแท้จริงไม่ใช่มือของมนุษย์ แต่เป็นมือของ อาจา หวง นักวิจัยของดีปมายด์ ผู้ทำหน้าที่เป็นเพียง “ร่างทรง” ให้กับสมองกลที่อยู่เบื้องหลังม่านเซิร์ฟเวอร์ นั่นคือ AlphaGo โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังท้าทาย อี เซดล ปรมาจารย์หมากล้อมระดับ 9 ของเกาหลีใต้

ในศึกที่ทั่วโลกจับตามองกว่า 200 ล้านคู่สายตา และการเดินหมากครานั้น ซึ่งภายหลังถูกเรียกขานกันทั่วโลกว่า “Move 37” กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่นักประวัติศาสตร์เทคโนโลยีมักหยิบยกมาเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าเป็นวินาทีแรกที่มนุษยชาติได้เห็นเครื่องจักรแสดงออกถึงสิ่งที่ใกล้เคียงกับความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นคือการเดินหมากในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หมากล้อมไม่ใช่เกมธรรมดา กติกาของมันเรียบง่ายจนเด็กอายุห้าขวบก็เข้าใจได้ในไม่กี่นาที แต่ความเป็นไปได้ของตำแหน่งบนกระดานกลับมีจำนวนมากกว่าอะตอมทั้งหมดที่ประเมินว่ามีอยู่ในเอกภพ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จึงมองว่าหมากล้อมคือยอดเขาเอเวอเรสต์แห่งวงการเกม เป็นด่านที่ยากเกินกว่าจะพิชิตได้ด้วยพลังการคำนวณล้วน ๆ ซึ่งต่างจากแบบที่เคยใช้เอาชนะหมากรุกมาแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน

สิ่งที่ทีมของ เดมิส ฮาสซาบิส นักประสาทวิทยาศาสตร์ผู้เคยเป็นนักหมากรุกอันดับสองของโลกในรุ่นอายุของเขาเอง และเพื่อนร่วมก่อตั้งดีปมายด์ ต้องทำจึงไม่ใช่แค่การสอนให้เครื่องจักรจดจำสูตรสำเร็จ แต่ต้องสร้างระบบที่สามารถ “รู้สึก” ได้เองว่าตำแหน่งใดดีหรือไม่ดี ผ่านเครือข่ายประสาทเทียมสองชุดที่ทำงานคู่กัน

...

Admin