Slack เปิดตัว Slack Code เปลี่ยนการเขียนโค้ดด้วย AI Agent ให้เป็นงานที่ทั้งทีมทำร่วมกัน

Advertisements

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ techtalkthai

Slack เปิดตัว Slack Code ฟีเจอร์ Code Channel สำหรับให้ทีมงานและ Coding Agent เขียนโค้ด รีวิว และส่งงานขึ้น Production ร่วมกันได้ภายใน Slack โดยไม่ต้องออกไปใช้เครื่องมืออื่น

การมาถึงของ Coding Agent อย่าง Claude Code, Devin จาก Cognition, GitHub Copilot, ChatGPT และ Agent จาก Vercel ทำให้การเขียนและส่งมอบซอฟต์แวร์เร็วขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม แต่โจทย์ที่ตามมาคือ งานที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับ Agent มักอยู่นอก Slack และคนอื่นในทีมมองไม่เห็น บริบทของงานจึงหล่นหายไประหว่างเครื่องมือกับบทสนทนา การรีวิวเกิดขึ้นช้ากว่าที่ควร และทุกครั้งที่ต้องส่งต่องานก็ทำให้กระบวนการช้าลง Slack Code จึงถูกออกแบบมาเพื่อดึงงานพัฒนาซอฟต์แวร์กลับเข้ามาอยู่ในที่ที่บริบทของทีมอยู่แล้ว

หัวใจของ Slack Code คือ Code Channel ซึ่งเป็นพื้นที่แรกบน Slack ที่ออกแบบมาสำหรับให้คนทำงานร่วมกับ Agent ในงานพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ เมื่อผู้ใช้งานแยก Coding Agent จากบทสนทนาโดยตรง ระบบจะสร้าง Code Channel ขึ้นมารับงานนั้น และทุกคนใน Channel จะเห็นทั้งบทสนทนา แผนงาน Code Diff และ Preview พร้อมกัน ต่างจากการคุยกับ Agent แบบหลายรอบที่มีความซับซ้อนลงไปใน Thread ปกติซึ่งสร้าง Noise จำนวนมาก โดยความสามารถหลักประกอบด้วย

Project-based Code Channel: หนึ่ง Channel ต่อหนึ่งโปรเจกต์ เปิดใช้เมื่อต้องการและ Archive เมื่อไม่ได้ใช้

  1. สร้างและ Archive อัตโนมัติ: Channel ปิดตัวเองเมื่องานเสร็จ แต่ยังเก็บประวัติไว้เป็น Audit Log
  2. แท็บแยกตามประเภทงาน: บทสนทนา แผนงาน Code Diff และ Preview อยู่คนละแท็บ
  3. Code Diff: แสดงบรรทัดเดิมที่ถูกขีดฆ่าคู่กับบรรทัดใหม่ ให้ทั้ง Channel รีวิวได้
  4. Code Diff แสดงบรรทัดเดิมและบรรทัดใหม่ให้ทั้งทีมร่วมตรวจสอบได้ภายใน Channel
  5. Preview ช่วยรัน HTML ที่สร้างขึ้นเพื่อดูผลจริงและจับข้อผิดพลาดก่อนส่งงาน
  6. ตัวอย่างการใช้งานคือ Product Manager เห็นรายงานใน Channel หนึ่ง แทนที่จะรอคิวหรือแกะรอยโค้ดเอง ก็สามารถสั่ง Coding Agent ช่วยออกแบบบริบทของงาน เขียน Code และสร้าง Preview ได้ทันที เมื่อมีงานพร้อมแล้ว Agent จะส่ง Code Diff และเอกสารที่เกี่ยวข้องกลับมา จากนั้นจึงเสนอ Pull Request แล้ว Merge ขึ้น Production ได้แบบอัตโนมัติ โดยที่ Developer และ Product Manager จะเห็นทุกขั้นตอนพร้อมกัน หากเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง Agent จะหยุดเพื่อรอการอนุมัติจากผู้เชี่ยวชาญก่อน เมื่อทุกคนใน Channel กดสั่งหยุด เปลี่ยนทิศทาง หรือให้ Agent เลิกทำงานได้ทันที นักพัฒนาจึงไม่ต้องเปิด Terminal ขณะที่ทุกคนใน Channel กำลังดูงานเดียวกัน

นอกจาก Code Channel แล้ว Slack ยังปรับประสบการณ์ใช้งาน Agent ทั้งแพลตฟอร์ม ทั้ง Agent DM ที่ทำงานเหมือนการคุยกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง และตั้งชื่อ Thread ได้เพื่อกลับมาทำงานต่อ แท็บ Agents ที่รวมรายการ Agent สถานะการทำงาน Thread ที่ติดปัญหา และปุ่มสั่งหยุด Agent กลางทาง รวมถึง Add to Slack ที่นำ Agent จากแพลตฟอร์มอย่าง NanoClaw, Lovable, Hyperagent, Superhuman, n8n, Vercel, ChatGPT, LangChain, Runlayer และ Skydive เข้ามาใช้งานได้ในไม่กี่คลิก โดยจัดการ OAuth, Manifest และ Environment Config ให้เป็นอัตโนมัติ

Agent ทั้งหมดนี้จะสืบทอด Security Model สิทธิ์การเข้าถึง และการควบคุมของผู้ดูแลระบบจาก Slack มาตั้งแต่ต้น ไม่ต้องวาง Infrastructure หรือสร้าง Identity ชุดใหม่ สำหรับการเปิดตัวรอบแรก Slack Code รองรับ Agent จาก Claude จาก Anthropic, Devin จาก Cognition, Copilot จาก GitHub, ChatGPT และ Agent จาก Vercel ซึ่งทั้งหมดพัฒนาผ่าน Code Channel API และใช้งานได้กับ Slack ทุกแพ็กเกจ แต่ผู้ใช้งานต้องมีสิทธิ์เข้าถึง Agent ของแต่ละรายแยกต่างหาก

ต่อไป Slack ระบุว่าจะเปิด API ชุดนี้ให้ Agent จากภายนอกเข้ามาทำงานใน Code Channel ได้ ไม่จำกัดเฉพาะงานพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่รวมถึงงานทางการตลาด การค้นคว้าเอกสาร หรือการรีวิวเอกสารของฝ่ายกฎหมายด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มใช้งานได้ที่ https://slack.com/get-started

ที่มา: https://www.salesforce.com/introducing-slack-code/

Advertisements

Admin