กรุงเทพฯ 27 สิงหาคม 2569 เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ร่วมกับ Amazon Web Services (AWS), Arise Ventures Group, True Corporation และ Amazon จัดกิจกรรม Day 2 Program – Internal Kick Off ณ True Digital Park ภายใต้แนวคิด “Shaping the Future, Together Connecting People, Ideas and Technology” เพื่อเดินหน้าความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากระดับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งเชื่อมโยงบุคลากร ข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญจากพันธมิตร เพื่อสร้าง Use Case ที่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจ วัดผล และขยายผลได้จริง
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ และประธานคณะผู้บริหารยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้กล่าวเปิดงาน ย้ำว่า หากระยะแรกของความร่วมมือคือการกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน ระยะต่อไปคือการเปลี่ยน Vision ไปสู่ “Execution” หรือการทำให้เกิดผลลัพธ์จริง โดยความร่วมมือระหว่าง CP และ AWS ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการพัฒนา AI สำหรับองค์กรเท่านั้น แต่ยังต้องการมีส่วนร่วมในการยกระดับขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศไทย
เครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรและอาหาร ค้าปลีกและการจัดจำหน่าย โทรคมนาคมและสื่อ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ การเงินและการลงทุน ส่งผลให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลากหลายแหล่ง ดร.ธีระพลมองว่า ข้อมูลเหล่านี้คือสินทรัพย์สำคัญที่สามารถนำ AI เข้ามาเปลี่ยนให้เป็นคุณค่าทั้งต่อธุรกิจและผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลจำนวนมากเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หัวใจสำคัญคือการทำให้ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้ องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการจัดระบบข้อมูล การกำหนดมาตรฐาน Data Governance รวมถึง Data Privacy และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ เพื่อให้ข้อมูลจากแต่ละธุรกิจสามารถนำมาสร้าง Use Case และคุณค่าใหม่ ๆ ได้ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่มีข้อมูลและฐานลูกค้าจากหลายธุรกิจในเครือ
ในภาคเกษตรและอาหาร AI จะเข้ามาทำงานร่วมกับเทคโนโลยีชีวภาพมากขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลด้านชีวภาพ อาหาร สุขภาพ ไปจนถึงเรื่อง Longevity ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกจะต้องมอง AI ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิต โรงงาน โลจิสติกส์ การจัดจำหน่าย ไปจนถึงประสบการณ์ของลูกค้า ส่วนธุรกิจโทรคมนาคมเองก็สามารถนำ AI เข้ามาช่วยบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่เข้าไปเปลี่ยนกระบวนการทำงานในแทบทุกอุตสาหกรรม

ดร.ธีระพลยังเน้นว่า การพัฒนา AI ขององค์กรต้องไม่หยุดอยู่เพียง Pilot, Prototype หรือ Showcase แต่ต้องเดินหน้าเป็นลำดับจาก Adoption → Proven Value → Scale → Replicate กล่าวคือ ต้องนำ AI ไปใช้งานจริง พิสูจน์ให้เห็นคุณค่าที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงขยายผลและนำแนวทางที่ประสบความสำเร็จไปประยุกต์ใช้กับ Business Unit อื่น ๆ
ทุกโครงการจึงต้องมี Milestone และ KPI ที่ชัดเจน รวมถึงต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า AI สามารถสร้าง Revenue, ลดต้นทุน หรือสร้าง Economic Impact ได้อย่างไร โดยตั้งเป้าว่าทุก ๆ 3 เดือนควรมี Deliverable ที่จับต้องได้และสามารถวัด Return หรือ Impact ก่อนนำไป Replicate, Reuse และ Scale ต่อไป
หนึ่งในกลไกสำคัญคือ CP Innovation Center of Excellence (CP CoE) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางเชื่อมทีมจากแต่ละ Business Vertical เข้ากับทีม Technology และผู้เชี่ยวชาญจากพันธมิตร ทำหน้าที่เสมือน “Playground” สำหรับการทดลองและพัฒนาโครงการใหม่ ตั้งแต่งาน R&D และ IT ไปจนถึงการสร้าง Business Model และ Initiative รูปแบบใหม่
พื้นที่ดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และ Young Talents เข้ามารับผิดชอบโครงการที่ยังไม่มีเจ้าภาพในธุรกิจเดิมโดยตรง เพื่อเรียนรู้จากโจทย์จริงและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน Enterprise Transformation ผ่าน AI
อีกแนวคิดสำคัญคือ “AI for All” ซึ่ง ดร.ธีระพลมองว่า AI ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะฝ่าย IT หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกส่วนขององค์กรสามารถนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าได้ ตั้งแต่การใช้ Generative AI ในงานประจำวัน ไปจนถึงการพัฒนา AI Agent ที่สามารถเข้ามาช่วยดำเนินกระบวนการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร
ในระดับประเทศ แนวคิด AI for All ยังครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึง Compute และ AI ไปจนถึงการสร้าง Intelligence ที่สามารถต่อยอดเป็นรายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน Data Center, Cloud Platform และ AI Infrastructure ก็ถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่นเดียวกับที่ถนนและระบบสาธารณูปโภคเคยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอดีต
ด้านการพัฒนาบุคลากร เครือเจริญโภคภัณฑ์ตั้งเป้า Upskill บุคลากรประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยกิจกรรมครั้งนี้มีมหาวิทยาลัยประมาณ 15 แห่งเข้าร่วม ถือเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้างและพัฒนา AI Talent ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต
ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้บริหารของ CP Group และ AWS เกี่ยวกับทิศทาง AI ระดับโลก กลยุทธ์และศักยภาพด้าน AI ของ AWS รวมถึงโครงการความร่วมมือสำคัญ เช่น Single ID และ AI Center of Excellence (AI CoE) ก่อนเข้าสู่กิจกรรม “AI for ALL” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทดลองใช้เครื่องมือ AI ของ AWS กับโจทย์ทางธุรกิจจริง และพัฒนาออกมาเป็นต้นแบบหรือ Demo
ความร่วมมือ CP Group และ AWS ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในองค์กร แต่เป็นการวางระบบเพื่อเปลี่ยน AI จากแนวคิดให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยมีทั้ง Data, Technology, People และ Business เป็นองค์ประกอบสำคัญ พร้อมวัดผลเป็นระยะ ขยายโครงการที่ประสบความสำเร็จ และสร้างความสามารถใหม่ให้กับองค์กร
ดร.ธีระพลสรุปแนวคิดสำคัญของการเดินหน้าครั้งนี้ว่า โครงการ AI ไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะโครงการเทคโนโลยีที่ต้องสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ แต่ยังเป็นกระบวนการ Capability Building และการสร้าง Future Leaders เพราะบุคลากรที่เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากโจทย์จริง ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร
ดังนั้น Internal Kick Off ครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน “Vision สู่ Execution” โดยมีเป้าหมายให้ AI ก้าวพ้นจากการทดลองหรือการสร้างต้นแบบ ไปสู่การใช้งานจริงที่สร้างคุณค่า วัดผลได้ ขยายผลได้ และท้ายที่สุดสามารถสร้างทั้งขีดความสามารถใหม่ให้กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ บุคลากร และเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว
แหล่งข่าว: We are CP – CP Group – AWS เปิด Internal Kick Off เดินหน้าความร่วมมือ AI

