พฤศจิกายน 28, 2025 | บทความจาก thairath
สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หรือ MIT เผยผลการคาดการณ์ใหม่ที่พบว่า AI สามารถเข้ามาทำงานแทนที่แรงงานในสหรัฐอเมริกาได้แล้ว 11.7% ของแรงงานทั้งตลาด หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของค่าจ้าง ครอบคลุมทั้งภาคการเงิน สาธารณสุข และงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
รู้จัก Iceberg Index
การศึกษาครั้งนี้ทำผ่านเครื่องมือชื่อว่า “Project Iceberg” พัฒนาโดย MIT และ Oak Ridge National Laboratory (ORNL) เครื่องมือนี้จะจำลองการทำงานของแรงงานสหรัฐฯ 151 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อดูว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบจาก AI และนโยบายต่าง ๆ อย่างไร
โปรเจกต์ Iceberg จะมีการจำลองภาพในอนาคตว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนตลาดแรงงานอย่างไร ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี แต่เป็นของทั่วประเทศและในทุกอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้ฝ่ายนโยบายสามารถเตรียมพร้อมและวางแผนความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงในแรงงาน
“เราเหมือนกำลังสร้าง Digital Twin ของตลาดแรงงานสหรัฐฯ” กล่าวโดย Prasanna Balaprakash ผู้อำนวยการ ORNL และหัวหน้าร่วมของงานวิจัย ซึ่ง ORNL คือศูนย์วิจัยภายใต้กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ
ดัชนี Iceberg Index สามารถรันการทดลองระดับประชากร ช่วยให้เห็นภาพว่า AI จะเปลี่ยนแปลงงาน ทักษะ และการไหลของแรงงานอย่างไร ก่อนที่ผลกระทบจริงจะเกิดในระบบเศรษฐกิจ โดยระบบจำลองจะมองแรงงาน 151 ล้านคนเป็น “ตัวแทน (Agents)” แต่ละคนมีข้อมูลทักษะ งานที่ทำ อาชีพ และสถานที่ โดยข้อมูลทักษะครอบคลุมกว่า 32,000 รายการ ใน 923 อาชีพ ในกว่า 3,000 รัฐ จากนั้นวัดว่า AI ปัจจุบันสามารถทำทักษะใดได้แล้วบ้าง
ผลลัพธ์ที่พบ คือ ส่วนยอดของก้อนน้ำแข็ง ที่เห็นได้ชัดอย่างการปลดคน (Layoff) การปรับเปลี่ยนตำแหน่งในสายเทคโนโลยีนั้นคิดเป็นเพียง 2.2% ของมูลค่าค่าจ้างหรือประมาณ 211,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แต่ส่วนที่กระทบจริง ๆ คือ ส่วนใต้น้ำแข็ง ที่คิดเป็นมูลค่าค่าจ้างราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะงานด้านทรัพยากรบุคคล โลจิสติกส์ การเงิน และงานธุรการซึ่งมักถูกมองข้าม
นักวิจัยระบุว่า โปรเจกต์ Iceberg ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำนายว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหนจะเกิดการเลิกจ้าง แต่เป็นการให้ภาพว่า AI ในปัจจุบันทำอะไรได้แล้วบ้าง โดยเน้นไปที่ทักษะเพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถทดลองสมมติสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนลงมือใช้งบและออกกฎหมายจริง
โดยทางกลุ่มวิจัยได้ร่วมมือกับรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วย เทนเนสซี นอร์ทแคโรไลนา และยูทาห์ เพื่อจำลองโมเดลโดยใช้ข้อมูลจริงจากแต่ละรัฐ ใช้จำลองสถานการณ์เชิงนโยบายผ่านเครื่องมือดังกล่าว ซึ่งทางเทนเนสซีเป็นรัฐแรกที่อ้างอิง Iceberg Index ในแผนปฏิบัติการ AI Workforce Action Plan ไปแล้ว
DeAndrea Salvador วุฒิสมาชิกจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่ได้ร่วมงานกับ MIT อย่างใกล้ชิด ระบุว่า เหตุผลที่เธอสนใจงานวิจัยนี้ เพราะมันสะท้อนผลกระทบที่เครื่องมือแบบเดิม ๆ มองไม่เห็น โดยสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุดคือความสามารถในการลงลึกถึงข้อมูลระดับท้องถิ่น
“เราสามารถดูข้อมูลระดับเคาน์ตี ไปจนถึงสำมะโนประชากร เพื่อดูว่ามีทักษะใดเกิดขึ้นอยู่ และมีโอกาสถูก AI ทำแทนมากน้อยเพียงใด รวมถึงผลกระทบต่อ GDP และการจ้างงานของพื้นที่นั้น” เธอกล่าว
นอกจากนี้ Iceberg ยังสามารถสร้างสภาพแวดล้อมจำลองแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ให้รัฐต่าง ๆ ทดลองนโยบาย เช่น ปรับทิศทางงบพัฒนาแรงงาน เปลี่ยนรูปแบบการฝึกอบรม หรือทดลองดูว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นจะกระทบการจ้างงานและ GDP พื้นที่อย่างไร
รายงานระบุว่า “โปรเจกต์ Iceberg จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำธุรกิจระบุจุดเสี่ยง กำหนดลำดับความสำคัญของการลงทุนด้านการฝึกอบรมและโครงสร้างพื้นฐาน และทดสอบมาตรการต่าง ๆ ก่อนจะใช้เงินมหาศาลจริง”
