เรื่องราวของหญิงสาวที่ตกอยู่ในภาวะ AI Psychosis เป็นเครื่องเตือนใจว่า เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือสร้างความสะดวกหรือความบันเทิง แต่ยังมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงการรับรู้และจิตใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง การใช้ AI จึงควรมาพร้อมกับความระมัดระวัง การรู้จักขอบเขต และการรักษาสมดุลระหว่างโลกเสมือนกับโลกจริง
หากเราไม่ใส่ใจ เทคโนโลยีที่ควรเป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนา อาจกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนสุขภาพจิตและชีวิตของเราไปอย่างไม่รู้ตัว
ในยุคที่เทคโนโลยี AI ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มันไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับงานวิจัยหรือธุรกิจอีกต่อไป แต่ได้แทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของผู้คนอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การสร้างงานศิลป์ การแต่งภาพ ไปจนถึงการสร้างตัวตนใหม่ในโลกเสมือน เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้เวลามากมายในการสร้างภาพตัวเองผ่าน AI จึงสะท้อนให้เห็นด้านมืดของเทคโนโลยีที่หลายคนอาจไม่ทันระวัง
เธอเริ่มต้นด้วยความสนุกสนาน การทดลองสร้างภาพตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า เสื้อผ้า หรือฉากหลังที่ไม่เคยมีโอกาสสัมผัสในชีวิตจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเพลิดเพลินกลับกลายเป็นการหมกมุ่น เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการสร้างภาพใหม่ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเส้นแบ่งระหว่างตัวตนจริงกับตัวตนเสมือนเริ่มเลือนราง
เส้นแบ่งที่หายไประหว่างโลกจริงและโลกเสมือน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอไม่ใช่เพียงการเสพติดการใช้เทคโนโลยี แต่เป็นการสูญเสียการรับรู้ที่มั่นคงต่อความเป็นจริง นักวิจัยเรียกภาวะนี้ว่า AI Psychosis ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ใช้ AI หมกมุ่นจนเกิดความสับสนระหว่างสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นกับสิ่งที่เป็นจริง
สำหรับหญิงสาวคนนี้ ภาพที่เธอสร้างขึ้นไม่ได้เป็นเพียงงานศิลป์ แต่กลายเป็นตัวแทนของตัวตนที่เธออยากเป็น เมื่อเธอมองภาพเหล่านั้นซ้ำ ๆ ความรู้สึกว่าตัวตนจริงไม่เพียงพอเริ่มก่อตัวขึ้น เธอเริ่มเชื่อว่าภาพที่สร้างขึ้นคือ “ตัวตนที่แท้จริง” และโลกจริงกลับเป็นสิ่งที่ด้อยค่า
ในช่วงแรก การสร้างภาพด้วย AI ทำให้เธอรู้สึกมีพลังและความมั่นใจ แต่ไม่นานความสุขนั้นกลับกลายเป็นความทุกข์ เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถใช้ชีวิตโดยปราศจากการสร้างภาพใหม่ ๆ ได้ ทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่กับ AI เธอจะรู้สึกว่างเปล่าและกระวนกระวาย
ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็เริ่มสั่นคลอน เธอใช้เวลาน้อยลงกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เพราะโลกเสมือนที่เธอสร้างขึ้นดูน่าดึงดูดและปลอดภัยกว่า การพูดคุยกับคนจริง ๆ กลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและไม่เติมเต็ม เธอเลือกที่จะอยู่กับภาพตัวเองที่สร้างขึ้นแทน
AI Psychosis การเสพติด AI ภาวะใหม่ที่โลกต้องจับตา
นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเริ่มให้ความสนใจกับปรากฏการณ์นี้มากขึ้น เพราะมันสะท้อนถึงผลกระทบที่ลึกซึ้งของเทคโนโลยีต่อสุขภาพจิตมนุษย์ การเสพติด AI ไม่ต่างจากการเสพติดรูปแบบอื่น ๆ เช่น การพนันหรือสื่อสังคมออนไลน์ แต่มีความซับซ้อนมากกว่า เพราะมันเกี่ยวข้องกับ “ตัวตน” โดยตรง
เมื่อผู้ใช้เริ่มเชื่อว่าตัวตนเสมือนคือความจริง พวกเขาอาจสูญเสียความสามารถในการแยกแยะโลกจริงกับโลกเสมือน และนั่นอาจนำไปสู่ความทุกข์ที่รุนแรง เช่น ความโดดเดี่ยว ความวิตกกังวล หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้า
กรณีของหญิงสาวคนนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า แม้ AI จะเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้ทดลองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่การใช้โดยไม่ตระหนักถึงขอบเขตและผลกระทบ อาจนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงกว่าที่คาดคิด
เทคโนโลยีเป็นเหมือนดาบสองคม มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโลกใหม่ให้กับผู้คน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำลายสมดุลชีวิตและสุขภาพจิตได้ หากผู้ใช้ไม่รู้จักควบคุมและรักษาสมดุลระหว่างโลกเสมือนกับโลกจริง
เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาส่วนบุคคล แต่เป็นบทเรียนสำหรับสังคมโดยรวม เราจำเป็นต้องตระหนักว่าเทคโนโลยีที่ทรงพลังเช่น AI ไม่ได้มีแต่ด้านบวก การสร้างระบบสนับสนุนและการให้ความรู้แก่ผู้ใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจถึงความเสี่ยงและสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ
นอกจากนี้ ยังเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาและบริษัทเทคโนโลยีที่จะต้องออกแบบระบบที่ปลอดภัยและไม่ส่งเสริมการเสพติด การสร้างกลไกเตือนหรือการจำกัดการใช้งานในบางกรณีอาจเป็นทางออกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia