บทความจาก beartai
ยุคนี้คนทำงานอย่างเรา ๆ รู้กันดีว่า ‘ขาด AI เหมือนขาดใจ’ ไม่ว่าจะงานเขียน งานกราฟิก หรือวิเคราะห์ข้อมูล ก็ต้องพึ่งพา AI ทั้งนั้น แต่ปัญหาที่ทำให้หลายคน (และหลายบริษัท) ปวดหัวคือความวุ่นวายของการใช้งาน พอจะทำงานครีเอทีฟเขียนคอนเทนต์ก็ต้องใช้ AI จากค่ายหนึ่ง อยากเจนรูปสวย ๆ ก็ต้องสลับไปใช้ AI อีกค่าย พอจะวิเคราะห์ข้อมูลยาก ๆ ก็ต้องย้ายไปใช้อีกค่าย กลายเป็นว่าวัน ๆ ต้องสลับหน้าจอไปมาจนตาลาย แถมต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนแยกกันยุบยับไปหมด
จะหนีไปใช้เว็บรวม AI (AI Aggregator) ราคาถูก ๆ ที่หาได้ตามอินเทอร์เน็ตก็ต้องวัดดวงเอาเองว่าจะเจอบริการแบบไหน เดี๋ยวก็เจอเว็บล่มบ้าง ใช้งานไม่ได้บ้าง หรือร้ายแรงที่สุดคือไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เวลาเกิดปัญหาติดต่อใครก็ไม่ได้ ซึ่งนี่คือความเสี่ยงใหญ่หลวงตั้งแต่องค์กรธุรกิจไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย
ปัญหาพวกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเสียเงินซ้ำซ้อนจากการซื้อ License และโมเดล AI หลายตัวอย่างเดียว แต่เรื่องที่น่ากลัวกว่าคือ ‘ข้อมูลรั่วไหล’ (Data Leakage) ยิ่งเรากระจายข้อมูลไปใช้กับ AI หลายเจ้ามากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่ความลับบริษัทจะหลุด ข้อมูลส่วนตัวจะไหลก็ยิ่งมากเท่านั้น แถมยังตรวจสอบย้อนหลังได้ยากจากการใช้งานหลากหลายแพลตฟอร์มมากเกินไป
True AI Hub จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปิดจบปัญหานี้ นี่คือแพลตฟอร์ม AI แบบ All-in-One ที่ให้คุณใช้ทุกโมเดลชั้นนำในที่เดียว แก้ Pain Point ทั้งเรื่องความยากและความซับซ้อนในการใช้งานรวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัยแบบม้วนเดียวจบ บทความนี้จะพามาส่อง AI Aggregator เจ้าใหม่ล่าสุดอย่าง True AI Hub จาก ทรูบิสิเนส
True AI Hub เปิดความลับแพลตฟอร์มที่เชื่อว่าล้ำหน้าเหนือใคร
True AI Hub เป็นโซลูชัน AI ที่รวบรวมเครื่องมือ AI แบบครบวงจรมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวจากทรูบิสิเนส (TrueBusiness) เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ AI แบบครบวงจร สำหรับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งก็เคลมมาเลยว่าเขามี

- แพลตฟอร์ม AI ครบ 50 โมเดล จากกว่า 10 ผู้ให้บริการระดับโลก
- ใช้งานง่าย มีการแนะนำโมเดล AI ตามโจทย์ธุรกิจ สามารถเลือกใช้ได้หลายแพลตฟอร์มในที่เดียว ไม่ต้องเปลี่ยนให้ยุ่งยาก
- สามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง บริหารจัดการผ่าน Dashboard ตรวจสอบการใช้งาน ดูแลความปลอดภัย และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้
- มาตรฐานความปลอดภัยระดับองค์กร ใช้ Algorithm Guardrail ระบบป้องกันและกำหนดขอบเขตการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลไม่รั่วไหล
- คุ้มค่ากับธุรกิจทุกขนาด ในราคาที่เริ่มต้นเพียง 399 บาทต่อคน ต่อเดือน
สรุปให้เห็นภาพคือ True AI Hub เป็นแพลตฟอร์มที่มีทั้ง ChatGPT, Gemini, DeepSeek, Meta และอื่น ๆ ซึ่งความคุ้มค่าก็คือ ‘ราคา’ ที่เหมารวมในแพ็กเกจเดียว แต่ได้ใช้ AI หลายตัว ให้ลองนึกภาพว่าแค่ Gemini Pro ตัวเดียวที่เริ่มต้นเดือนละ 700 บาท เทียบกับทรูที่มี AI ค่ายนิยมแทบทุกตัว ใช้งานได้ทุกโจทย์แต่ราคาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 399 บาท เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่ากว่ามากแล้ว
True AI Hub ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าที่ครบในแพลตฟอร์มเดียว
หากพูดตามความเป็นจริง เรื่องราคาเหมาจ่ายน่าจะเป็นมาตรฐานที่ผู้ให้บริการมีเหมือน ๆ กัน แต่สิ่งที่ทำให้ True AI Hub ดูพิเศษกว่า คือการที่เขาไม่ได้แค่จับ AI มารวมกันเฉย ๆ แต่มีการออกแบบฟีเจอร์เสริมประสบการณ์ใช้งาน (User Experience) เข้ามาด้วย แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ แต่พอใช้งานจริง มันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

ประการแรกที่ True AI Hub ทำได้ดีคือใช้งานสะดวกและง่าย เวลาเซิร์ชข้อมูลเราสามารถเลือกได้เลยว่าจะใช้ AI จากค่ายไหน ไฮไลต์ที่เจ๋งคือตัวแพลตฟอร์มจะแนะนำมาให้อยู่แล้วว่าในหัวข้อที่เราต้องการหาข้อมูลควรเลือกใช้ AI ตัวไหนบ้าง เช่น ถ้าเราคลิกเลือกโหมดค้นคว้าเชิงลึก (Deep Research) ระบบจะแนะนำโมเดล Sonar Deep Research ของ Perplexity ให้โดยอัตโนมัติ หรือถ้าเราคลิกโหมดสร้างรูปภาพ (Create Image) ระบบจะแนะนำ Nano Banana มาให้ เป็นต้น ทั้งนี้เราสามารถเลือกโมเดลที่ต้องการใช้ได้เองเช่นกัน

ต่อมาคือด้วยความที่เขามี Portal และ Dashboard ในการควบคุมการเข้าถึง รวมถึงอัลกอริทึม Guardrail อยู่แล้ว เวลาเราอินพุตข้อมูลเข้าไปเพื่อให้ AI สรุปรายงาน หรือเขียนบทความระบบจะมีการจับคำที่ Sensitive หรือเนื้อหาอ่อนไหว และกันข้อมูลรั่วไหลให้อยู่แล้ว จุดนี้ดีมาก ๆ ยิ่งสำหรับคนที่ทำงานด้านเทคฯ หรือนักพัฒนาแอปฯ ที่ต้องเห็นฐานข้อมูลลูกค้าทั้งหมด หรือสายงานที่มักจะได้ข้อมูลที่ยังไม่มีการเปิดเผยที่ไหนมาก่อนของลูกค้าหรือแหล่งข้อมูล ฟีเจอร์นี้จำเป็นมาก ๆ
สำหรับคนที่ใช้ AI ประจำจะรู้ดีว่า AI จะส่งมอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าเราป้อนพรอมต์เก่ง True AI Hub เขาก็เลยมีพรอมต์ที่พร้อมใช้สำหรับแต่ละสายงานโดยเฉพาะ ฟีเจอร์นี้ค่อนข้างถูกใจสายข้อมูลที่ต้องใช้สมองไปกับการประมวลผลเยอะ ๆ และไม่มีเวลาคิดอย่างอื่น อันนี้ถือว่าเวิร์กเพราะบางครั้งเราอาจจะไม่มีคำที่เหมาะสมสำหรับผลลัพธ์ที่เราต้องการก็ได้
อีกเรื่องที่น่าประทับใจคือใช้เวลาในการตอบสนองที่เร็วหลักวินาที (True AI Hub ใช้เวลาต่ำกว่า 25 วินาที) ปกติบางเจ้าถ้าเราใช้ AI แยก แม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะแรงก็มักจะใช้เวลานานราว 1-3 นาที แต่ True AI Hub ใช้เวลาตอบสนองน้อย ลดเวลาในการทำงานได้เยอะ ที่สำคัญถ้ามีปัญหา เราสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่โดยโทร 1239 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เทียบความคุ้มค่าระหว่างจ่ายซื้อ AI แยก vs. True AI Hub
ลองหยิบเครื่องคิดเลขมากดดูเล่น ๆ ปกติถ้าเราสมัครใช้บริการ AI ระดับท็อปด้วยตัวเอง (Individual License) ค่าบริการเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ราว ๆ 300-700 บาทต่อเดือน ต่อ 1 ค่าย

แต่ในความเป็นจริง คนทำงานยุคใหม่ไม่ได้ใช้ AI แค่ประเภทเดียวอยู่แล้ว เพราะอย่างที่เกริ่นไปว่าการใช้งานของ AI แต่ละค่ายมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน หากพนักงานต้องใช้ครบทั้งสายงานเขียน, สายกราฟิก และสายวิเคราะห์ข้อมูล เท่ากับว่าบริษัทต้องแบกรับต้นทุนสูงถึง 2,100 บาทต่อคนต่อเดือนเลยทีเดียว !
(ยังไม่นับรวมความวุ่นวายตอนทำเรื่องเบิกจ่ายรายเดือน และความเสี่ยงที่พนักงานจะเผลอเอาข้อมูลบริษัทไปใส่ในบัญชีส่วนตัว)
จุดตัดความคุ้มค่าอยู่ที่ตรงนี้ True AI Hub เคาะราคาเริ่มต้นเพียง 399 บาทต่อเดือนต่อผู้ใช้เท่านั้น ส่วนต่างที่ลดลงมาหลายเท่าตัว แลกกับสิ่งที่ได้กลับมาถือว่า ‘เกินคุ้ม’ เพราะในราคา 399 บาท นี้ไม่ได้มีแค่โมเดล AI แต่คุณจะได้ Ecosystem สำหรับการทำงานระดับองค์กรทันที ไม่ว่าจะเป็น
- Unlocked Multi-LLMs > ไม่ได้จำกัดแค่ค่ายเดียว แต่เปิดประตูสู่ AI หลากหลายโมเดลในที่เดียว เลือกใช้ได้ตามความถนัดของงาน
- Enterprise-Grade Security > สิ่งที่บัญชีส่วนตัวให้ไม่ได้ คือความปลอดภัยระดับองค์กร ที่มีการดูแลสิทธิ์การเข้าถึงและป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างเป็นระบบ
- 24/7 Support > หมดปัญหากับการส่งเมลภาษาอังกฤษไปแจ้งแก้ไข bug แล้วรอข้ามวัน เพราะที่นี่มีทีมซัปพอร์ตคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีปัญหาโทรตามได้ทันที
และเมื่อกางสเปกเทียบกับผู้ให้บริการ AI Aggregator แบบ All-in-One เจ้าอื่น ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ True AI Hub กินขาดในเรื่องความเสถียรและความเข้าใจโจทย์ เพราะเป็นการผนึกกำลังระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งจาก TrueBusiness และความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลจาก EGG Digital ทำให้ได้โซลูชันที่ไม่ได้แค่ราคาดี แต่ใช้งานได้จริงและตอบโจทย์บริบทธุรกิจไทยด้วย
True AI Hub เหมาะกับใครบ้าง ?
ถ้าองค์กรกำลังมองหาความคุ้มค่าแบบจ่ายทีเดียวจบ ไม่อยากปวดหัวกับการบริหารจัดการ License แยกย่อย และไม่อยากเสี่ยงกับผู้ให้บริการที่ไม่มีความมั่นคง True AI Hub คือคำตอบที่ครบเครื่องที่สุด ณ เวลานี้ โดย True AI Hub เหมาะกับ
- SME/Startup : ได้เครื่องมือระดับโปรในราคาหลักร้อย
- Enterprise : ได้มาตรฐานความปลอดภัยและการจัดการสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ IT Policy
- คนทำงาน : ได้ความสะดวกและประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น
ในยุคนี้ ใครใช้ AI เป็นย่อมได้เปรียบเสมอ แต่การจะเริ่มใช้ให้เกิดผลจริงในองค์กร ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากหรือความเสี่ยงเสมอไป
True AI Hub เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้พอดี ไม่ใช่แค่เรื่องราคาประหยัด แต่คือความสะดวกที่ช่วยให้คนทำงานเข้าถึง AI ระดับโลกกว่า 50 โมเดลได้ ตัดความกังวลเรื่องงบประมาณบานปลาย หรือปัญหาข้อมูลรั่วไหลทิ้งไปได้เลย ทำให้เราเอาเวลาไปโฟกัสกับเนื้องานได้เต็มที่มากขึ้น โดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องระบบ
ถ้าถามว่าคุ้มไหม ? ด้วยราคาเริ่มต้นหลักร้อย แลกกับฟีเจอร์ระดับองค์กรที่ช่วยให้อุ่นใจเรื่องความปลอดภัย คิดว่าคุ้มที่จะลองเพราะ AI ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุดแต่มันคือตัวที่เราหยิบมาใช้ได้ง่ายที่สุด ให้ผลลัพธ์ได้ตรงความต้องการ ในเวลาที่งานรัดตัวมากกว่า
ฉะนั้นสำหรับธุรกิจไหนที่ยังลังเล ด้วยราคาต้นทุนเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายขนาดนี้ แลกกับการได้ติดอาวุธให้พนักงานทำงานได้ไวขึ้น นี่อาจเป็นดีลที่คุ้มค่าและน่าลองพิสูจน์ดูสักตั้ง เพราะท้ายที่สุดแล้ว เครื่องมือที่ดีคือเครื่องมือที่หยิบมาใช้ได้จริงและช่วยให้งานเราเสร็จเร็วขึ้น ที่สำคัญไม่ใช่แค่งานในระดับพนักงาน แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพงานโดยรวมขององค์กรที่สามารถส่งมอบงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ใช้เวลาน้อยลง พร้อมโต้ไปกับคลื่นแห่งการทำงานในโลกยุค AI