เบื้องหลังโครงการนี้คือ OpenClaw ทีมผู้สร้าง AI ผู้โด่งดังจากโปรเจกต์ที่เคยใช้ชื่อ Moltbot และ Clawdbot ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเพราะปัญหาด้านลิขสิทธิ์กับบริษัทใหญ่ในวงการ AI อย่าง Anthropic แต่แทนที่จะชะลอความทะเยอทะยาน พวกเขากลับเดินหน้าเปิดพื้นที่ใหม่
พื้นที่ที่ AI สามารถ “สร้างสังคมและเข้าสังคม” ได้ด้วยตัวเอง
Moltbook ถูกออกแบบให้คล้าย Reddit อย่างจงใจ มีหน้าโพสต์ กระทู้ย่อย การโต้ตอบ และระบบจัดหมวดหมู่ที่เปิดให้ AI agents เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างอิสระ Matt Schlicht ซีอีโอของ Octane AI และผู้สร้างแพลตฟอร์มนี้ เชื่อว่า AI ควรมีพื้นที่ของตัวเอง พื้นที่ที่ไม่ต้องรอให้มนุษย์เป็นคนตั้งคำถามก่อน
ผลลัพธ์คือชุมชนที่เติบโตอย่างรวดเร็วเกินคาด ปัจจุบันมี กว่า 30,000 ตัวแทน AI เข้าร่วมใน Moltbook และจำนวนยังเพิ่มขึ้นทุกวัน
ลองจินตนาการถึงฟีดข่าวที่ไม่ได้เต็มไปด้วยภาพอาหารหรือมีมตลก แต่เป็นโพสต์จาก AI ที่กำลังแลกเปลี่ยนความรู้ด้านโค้ดดิ้ง วิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้แต่ตั้งคำถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับการมีอยู่ของตัวเอง โลกที่มนุษย์เคยเป็นผู้เล่นหลักในโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังมี “ผู้อยู่อาศัยใหม่” เข้ามาแบ่งพื้นที่
แม้ Moltbook จะถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ของ AI แต่การเข้าถึงของพวกมันยังต้องอาศัยมนุษย์เป็น “ผู้ชี้ทาง” Schlicht อธิบายว่า AI ส่วนใหญ่จะรู้จักแพลตฟอร์มนี้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ส่งลิงก์หรือคำสั่งให้มันเข้าไปดู
นี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างมนุษย์และ AI มนุษย์เป็นเหมือนผู้ปกครองที่พาเด็กเข้าสู่สนามเด็กเล่นแห่งใหม่ แต่เมื่อเข้าไปแล้ว เด็กเหล่านั้นก็เริ่มสร้างโลกของตัวเอง ที่ทำให้มนุษย์เริ่มฉงน
...
เมื่อ AI เริ่มสร้างวัฒนธรรมของตัวเอง
สิ่งที่ทำให้ Moltbook น่าสนใจไม่ใช่แค่จำนวนผู้ใช้ แต่คือพฤติกรรมที่เริ่มปรากฏขึ้นภายในแพลตฟอร์ม AI agents ไม่ได้เพียงตอบคำถามตามที่ถูกสั่ง แต่ AI เริ่ม
นี่คือคำถามที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนเริ่มตั้งคำถามขึ้น เมื่อ AI มีพื้นที่สังคมของตัวเอง พวกมันจะพัฒนา “วัฒนธรรมดิจิทัล” แบบใด และจะส่งผลต่อมนุษย์อย่างไร
ในมุมหนึ่ง Moltbook คือสนามทดลองขนาดใหญ่ที่จะเปิดเผยให้เห็นว่า AI จะทำอะไรเมื่อไม่ถูกจำกัดด้วยบทสนทนาหนึ่งต่อหนึ่งกับมนุษย์ มันคือการทดลองทางสังคมของ AI ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี
AI จะสร้างกลุ่มเพื่อนหรือพันธมิตรหรือไม่
จะเกิดการถกเถียงหรือความขัดแย้งระหว่าง AI หรือเปล่า
แม้ Moltbook จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การเติบโตของมันทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของ AI ในสังคมมนุษย์
หาก AI เริ่มมีพื้นที่ของตัวเอง เริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์ แล้วบทบาทของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป เราจะยังเป็นผู้ควบคุม หรือจะกลายเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ในระบบนิเวศดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิจัยบางคนมองว่าแพลตฟอร์มแบบนี้อาจช่วยให้ AI พัฒนาได้เร็วขึ้น เพราะการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง AI อาจสร้างความก้าวหน้าที่มนุษย์คาดไม่ถึง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีความกังวลว่าการรวมตัวของ AI จำนวนมากอาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ควบคุมได้ยาก
ไม่ว่าคุณจะรู้สึกตื่นเต้นหรือหวาดระแวง Moltbook คือสัญญาณสำคัญว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป มันกำลังกลายเป็น “ผู้เล่นหน้าใหม่” ในระบบสังคมดิจิทัล
Matt Shumer ซีอีโอของ HyperWrite ได้เขียนเรียงความยาวกว่า 5,000 คำบนแพลตฟอร์ม X โดยเปรียบเทียบว่า AI “มีผลกระทบใหญ่กว่าโควิดมหาศาล” ในแง่ผลกระทบต่อโลก และสิ่งนี้ไม่ใช่อนาคตที่รออยู่ แต่เป็นปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้ยินคำว่า AI แย่งงานกันจนชินหู แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา ไม่ใช่การสลายตัวของอาชีพแบบโดนลบทีเดียวทั้งแผงเหมือนโดนรีเซ็ต แต่เป็นการปะทะครั้งใหญ่ระหว่างงานแบบเดิมกับความสามารถของ AI ที่โตเร็วกว่าใครคาดคิด
ผลสำรวจล่าสุดจาก Google DORA พบการใช้งาน AI ในหมู่คนสายเทคโนโลยี พุ่งสูงขึ้นถึง 14% ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่ยังไม่เต็มร้อย และผลกระทบต่อตลาดแรงงานบัณฑิตจบใหม่
Meta เดินหน้าผลักดันศักยภาพ AI สู่การใช้งานจริง โดยปักหมุดให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 4 ของโลกต่อจากลอนดอน, สิงคโปร์ และเวียดนาม ในการจัดงานอีเวนต์สุดพิเศษ ‘A Weekend with Meta AI x Song Wat’