การเดินทางของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แม้กระแสความตื่นตัวจะผลักดันให้องค์กรทั่วโลกเร่งรีบกระโจนเข้าใส่เทคโนโลยีนี้
แต่ข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า การมีเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดไม่ได้การันตีผลกำไรเสมอไป หากปราศจากยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคุณค่าที่แท้จริงที่ธุรกิจต้องการ
ในยุคสมัยที่โลกเคลื่อนตัวไปตามเสียงคำรามของระบบอัตโนมัติ เสียงกระซิบจากห้องประชุมของผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกต่างขับขานบทเพลงเดียวกัน นั่นคือความคาดหวังว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาพลิกโฉมหน้ากระดานการทำธุรกิจ ขจัดความล่าช้า และเนรมิตผลกำไรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
เม็ดเงินมหาศาลถูกทุ่มลงไปในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซิร์ฟเวอร์ และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ราวกับว่าการครอบครองปัญญาประดิษฐ์คือตั๋วใบเดียวที่จะนำพาองค์กรให้รอดพ้นจากกระแสความเปลี่ยนแปลง ทว่า เมื่อเสียงฮือฮาเริ่มซาลงและตัวเลขทางเศรษฐกิจถูกนำมาชำแหละอย่างถี่ถ้วน ภาพสะท้อนที่ปรากฏกลับเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าตกใจ
ทอร์สเตน สโลค (Torsten Slok) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทจัดการลงทุนระดับโลกอย่าง Apollo Global Management ได้ฉายภาพความเป็นจริงอันเยือกเย็นผ่านบทวิเคราะห์ล่าสุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับยักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งแล้ว บรรดาบริษัทในดัชนี S&P 500 ส่วนใหญ่ หรือที่ถูกขนานนามว่าเป็นกลุ่ม S&P 493 กลับยังไม่ได้รับผลตอบแทนทางการเงินที่จับต้องได้จากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์เลยแม้แต่น้อย
...เมื่อย้อนดูเส้นทางของกลุ่มเทคโนโลยีระดับท็อป 7 หรือที่รู้จักกันในนาม Magnificent Seven รายได้ต่อพนักงานและอัตรากำไรของบริษัทเหล่านี้ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปี 2022 เป็นต้นมา สะท้อนถึงศักยภาพในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับรูปแบบการหาเงินได้อย่างแนบเนียน ทว่าในฟากฝั่งของภาคธุรกิจกระแสหลักอื่น ๆ เช่น ภาคการผลิต การเงิน หรือบริการทั่วไป ตัวเลขเหล่านี้กลับนิ่งสนิทราวกับกาลเวลาหยุดเดิน รายได้เฉลี่ยต่อพนักงานของบริษัทนอกกลุ่มเทคโนโลยีแทบไม่มีการขยับเขยื้อนเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ว่า เม็ดเงินมหาศาลที่องค์กรต่าง ๆ จ่ายออกไปเพื่อซื้อระบบปัญญาประดิษฐ์กำลังไหลหายไปไหน และเหตุใดความตื่นตัวทางเทคโนโลยีจึงยังไม่แปลงสภาพเป็นตัวเลขในงบดุล
เบื้องหลังช่องว่างอันกว้างใหญ่นี้ ซ่อนไว้ด้วยความซับซ้อนของการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ การนำปัญญาประดิษฐ์มาติดตั้งในระบบปฏิบัติการไม่ใช่เรื่องของการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์แล้วรอรับผลกำไรในชั่วข้ามคืน องค์กรจำนวนมากต้องเผชิญกับอุปสรรคคลาสสิก ทั้งปัญหาความเข้ากันได้ของระบบงานเดิม (Legacy systems) ที่เก่าแก่ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการบริหารจัดการ ตลอดจนความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภายในให้สอดรับกับความสามารถของเครื่องมือ
ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและต้นทุนแฝงพุ่งสูงขึ้น จนปัญญาประดิษฐ์จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ กลับกลายสภาพเป็นศูนย์ต้นทุนที่คอยกัดกร่อนอัตรากำไรทีละน้อย
นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการคือความแตกต่างระหว่าง “ความฉลาดในการคำนวณ” กับ “วิจารณญาณทางธุรกิจ” ปัญญาประดิษฐ์อาจเป็นเครื่องมือคำนวณและสรุปข้อมูลที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด แต่ในโลกแห่งการค้าขายและการบริหาร ความสำเร็จไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปริมาณข้อมูลที่ประมวลผลได้ หากแต่อาศัยประสบการณ์ สัญชาตญาณ และการตัดสินใจที่แม่นยำของมนุษย์
เมื่อบริษัทจำนวนมากยังไม่สามารถค้นพบโจทย์ทางธุรกิจที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่เกินความจำเป็นกับความพร้อมของตนเอง ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ท่ามกลางเสียงเตือนจากบรรดานักวิเคราะห์ว่า หากภาคธุรกิจยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เม็ดเงินลงทุนมหาศาลในทศวรรษนี้อาจกลายเป็นเพียงอนุสรณ์แห่งความตื่นตระหนกทางเทคโนโลยี ที่ทิ้งไว้เพียงภาระทางการเงินแทนที่จะเป็นอนาคตอันรุ่งโรจน์
Key Takeaways
- ช่องว่างแห่งผลตอบแทน รายได้และผลกำไรจากปัญญาประดิษฐ์ยังคงกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Magnificent Seven) ขณะที่บริษัทส่วนใหญ่ในตลาด (S&P 493) ยังไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินที่ชัดเจน
- ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์สำหรับองค์กรทั่วไปมักกลายเป็นศูนย์ต้นทุน (Cost center) เนื่องจากปัญหาการบูรณาการระบบเดิม และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงเกินกว่าประโยชน์ที่ได้รับ
- ความต่างระหว่างคำนวณกับวิจารณญาณ แม้ปัญญาประดิษฐ์จะช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลระดับปัจเจก แต่ความสำเร็จทางธุรกิจในภาพรวมยังคงต้องพึ่งพาวิจารณญาณและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของมนุษย์
- ความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ องค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการวิ่งตามกระแสเทคโนโลยี ไปสู่การวางกรอบการวัดผลที่ชัดเจน และลงทุนในความพร้อมขององค์กรเพื่อเปลี่ยนปัญญาประดิษฐ์ให้เป็นมูลค่าที่แท้จริง
…..
เรียบเรียงโดย AiNextopia
อ้างอิง : AI delivers ‘zero financial payoff’ to most companies, Apollo economist says. / techcrunch

