จีนกำลังผลักดัน Agentic AI ในทิศทางที่แตกต่างจากตะวันตก โดยเน้นการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานอัตโนมัติระดับองค์กร
Alibaba, Tencent และ Huawei ต่างสร้างระบบนิเวศของตนเอง ตั้งแต่โมเดลโอเพ่นซอร์สไปจนถึงฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง แม้การยอมรับในตลาดตะวันตกยังจำกัด แต่ในหลายภูมิภาคของโลก เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรวดเร็ว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเทคโนโลยีได้เฝ้าจับตาการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (generative AI) จากฝั่งตะวันตกอย่างใกล้ชิด แต่ในอีกฟากหนึ่งของโลก จีนกำลังเดินหน้าในเส้นทางที่แตกต่างออกไปอย่างน่าสนใจ
เส้นทางที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างโมเดลขนาดใหญ่ หากแต่กำลังผลักดัน “agentic AI” หรือระบบ AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานหลายขั้นตอนด้วยตัวเอง
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน Alibaba, Tencent และ Huawei กำลังแข่งขันกันสร้างระบบ AI ที่ไม่ใช่แค่ “ฉลาด” แต่ “ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง” ในสภาพแวดล้อมขององค์กร ตั้งแต่โรงงานผลิต ไปจนถึงระบบโทรคมนาคมระดับประเทศ
นี่คือเรื่องราวของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ที่อาจกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมทั่วโลกในทศวรรษหน้า
...Alibaba เปิดซอร์สเพื่อเร่งการเติบโตของ Agentic AI
ในห้องปฏิบัติการของ Alibaba Cloud ทีมวิศวกรกำลังสร้างสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นรากฐานของระบบอัตโนมัติยุคใหม่
ตระกูลโมเดล Qwen ซึ่งถูกออกแบบให้รองรับหลายภาษา และเปิดให้ใช้งานแบบโอเพ่นซอร์สอย่างเต็มรูปแบบ
การเปิดซอร์สนี้ไม่ใช่เพียงการแบ่งปันโมเดล แต่รวมถึงเครื่องมือพัฒนาเอเจนต์ ระบบฐานข้อมูลเวกเตอร์ และเฟรมเวิร์กที่ชื่อว่า Qwen-Agent ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้าง AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ เช่น การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ธุรกิจ หรือการประสานงานระหว่างระบบต่าง ๆ
ในจีน แอปพลิเคชัน Qwen App กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว เพราะมันเชื่อมต่อกับระบบอีคอมเมิร์ซและการชำระเงินของ Alibaba ได้อย่างแนบเนียน ผู้ใช้สามารถสั่งให้ AI จัดการงานหลังบ้านของร้านค้าออนไลน์ หรือวางแผนการตลาดแบบอัตโนมัติได้ในไม่กี่คำสั่ง
แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์ของจีนที่ต้องการสร้าง “ระบบนิเวศ AI” ที่ทุกคนสามารถเข้ามาต่อยอดได้ คล้ายกับสิ่งที่ Microsoft และ OpenAI ทำในตะวันตก แต่ปรับให้เข้ากับบริบทของอุตสาหกรรมจีน
Tencent จากแพลตฟอร์มสังคมสู่ AI เชิงสถานการณ์
Tencent ซึ่งเป็นเจ้าของ WeChat และระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ของจีน เลือกเดินเส้นทางที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย บริษัทเปิดตัวเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สชื่อ Youtu-Agent และพัฒนา “scenario-based AI” หรือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อสถานการณ์เฉพาะ เช่น การบริการลูกค้า การจัดการเอกสาร หรือการทำงานร่วมกับทีมพัฒนา
ในองค์กรจีนจำนวนมาก AI เหล่านี้ถูกฝังเข้าไปในแพลตฟอร์มทำงาน เช่น DingTalk และ WeCom เพื่อช่วยจัดตารางประชุม เขียนโค้ด หรือจัดการโปรเจกต์โดยอัตโนมัติ
แม้ Tencent Cloud จะยังไม่สามารถแข่งขันกับ AWS หรือ Azure ในตลาดตะวันตก แต่ในจีน ระบบเหล่านี้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพนักงานหลายล้านคน
Huawei Agentic AI สำหรับอุตสาหกรรมหนัก
หาก Alibaba และ Tencent มุ่งเน้นซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัล Huawei เลือกเส้นทางที่หนักแน่นกว่า คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความเสถียรสูง เช่น โทรคมนาคม พลังงาน และการผลิต
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือโมเดลตระกูล Pangu ซึ่งถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของ Huawei เอง และรองรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การวางแผนซ่อมบำรุงโรงงาน การจัดสรรพลังงานในเครือข่ายไฟฟ้า หรือการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G
Huawei ยังพัฒนา “supernode architecture” สำหรับงาน agentic AI โดยเฉพาะ ทำให้ระบบสามารถประมวลผลโมเดลขนาดใหญ่และจัดการเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนได้ในระดับองค์กร
ในหลายประเทศในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง ระบบของ Huawei ถูกนำไปใช้จริงแล้ว เช่น การตรวจสอบอุปกรณ์โทรคมนาคมแบบอัตโนมัติ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลโรงงานแบบเรียลไทม์
ทำไมจีนจึงเน้น Agentic AI แบบอุตสาหกรรมเฉพาะทาง?
ต่างจากสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างโมเดลขนาดใหญ่เพื่อใช้งานทั่วไป จีนเลือกพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฉพาะทางด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ
1. ความต้องการภายในประเทศมหาศาล
จีนมีโรงงาน ผู้ผลิต และระบบโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาลที่ต้องการระบบอัตโนมัติขั้นสูง
2. ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์จากตะวันตก
การเข้าถึง GPU ระดับสูงถูกจำกัด ทำให้จีนต้องสร้างระบบที่ “ฉลาดแบบประหยัดพลังงาน” และเน้นการใช้งานจริงมากกว่าการแข่งขันด้านขนาดโมเดล
3. กลยุทธ์ระยะยาวของรัฐ
รัฐบาลจีนผลักดันให้ AI กลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนโครงการที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมจริงได้ทันที
แม้ Alibaba Cloud และ Huawei Cloud จะมีศูนย์ข้อมูลในหลายประเทศ แต่การใช้งานในยุโรปและสหรัฐฯ ยังจำกัดด้วยปัจจัยสำคัญคือ
- ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์
- กฎระเบียบด้านข้อมูลที่เข้มงวด
- ระบบนิเวศขององค์กรที่ผูกกับผู้ให้บริการตะวันตก
- ความคุ้นเคยของนักพัฒนากับเครื่องมืออย่าง CUDA ของ NVIDIA
อย่างไรก็ตาม โมเดลอย่าง Qwen ที่เปิดซอร์สทำให้นักวิจัยและบริษัทในตะวันตกสามารถทดลองใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานของจีน ซึ่งอาจเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีจีนเข้าสู่ตลาดโลกในอนาคต
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นได้ว่าจีนไม่ได้พยายามเลียนแบบแนวทางของสหรัฐฯ แต่กำลังสร้างระบบ AI ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจริง ตั้งแต่โรงงานจนถึงเครือข่ายโทรคมนาคมระดับประเทศ
Agentic AI ของจีนจึงไม่ใช่แค่ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” แต่เป็น “แรงงานดิจิทัล” ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ในระดับองค์กรได้อย่างเป็นระบบ
และแม้การยอมรับในตะวันตกยังจำกัด แต่ในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จีนมีอิทธิพลสูง เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังถูกนำไปใช้จริงอย่างรวดเร็ว
Key Takeaways
- จีนกำลังมุ่งเน้น Agentic AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริงในอุตสาหกรรม
- Alibaba เปิดซอร์สโมเดล Qwen และเฟรมเวิร์ก Qwen-Agent เพื่อเร่งการพัฒนา
- Tencent สร้าง AI เชิงสถานการณ์ที่ฝังในแพลตฟอร์มทำงานขององค์กร
- Huawei เน้นโครงสร้างพื้นฐานและโมเดลสำหรับอุตสาหกรรมหนัก เช่น พลังงานและโทรคมนาคม
- การยอมรับในตะวันตกยังจำกัด แต่การใช้งานในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว
- โมเดลโอเพ่นซอร์สของจีนอาจเป็นช่องทางสำคัญสู่การยอมรับระดับโลกในอนาคต
…..
เรียบเรียงและสรุปเนื้อหาโดย AiNextopia
อ้างอิง : Chinese hyperscalers and industry-specific agentic AI.